เทรนด์ไมโครจับมือกับ DOCOMO เปิดตัวระบบความปลอดภัย สำหรับอุปกรณ์ IoT เพื่อปกป้องการใช้งานทางธุรกิจ

09 ก.ค. 2562 / กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เทรนด์ไมโครจับมือกับ DOCOMO เปิดตัวระบบความปลอดภัย สำหรับอุปกรณ์ IoT เพื่อปกป้องการใช้งานทางธุรกิจ

ดัลลัส - เทรนด์ไมโคร (TYO: 4704; TSE: 4704) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์แถลงในวันนี้ว่า บริษัท NTT DOCOMO ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำของญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคมทั้ง 3G, 4G, และ 5G ที่ล้ำสมัยมากที่สุดในโลก เตรียมเปิดตัวโซลูชั่นสำหรับปกป้องอุปกรณ์ IoT ที่ใช้เครือข่ายโมบายล์ของ DOCOMO โดยทำงานร่วมกับโซลูชั่นด้านความปลอดภัยของเทรนด์ไมโคร

การปกป้องรูปแบบใหม่นี้มีขึ้นครั้งแรกในบริการล่าสุดอย่าง DOCOMO Cloud Platform Network Security Serviceซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ผสานการทำงานกับโซลูชั่นด้านความปลอดภัยจากเทรนด์ไมโคร ทำให้ได้ระบบป้องกันที่ใช้งานได้ง่าย ออกแบบมาสำหรับลูกค้า DOCOMO ที่ต้องการพัฒนาสภาพแวดล้อมกันทำงานในลักษณะ Infrastructure-as-a-Service (IaaS) โดยเฉพาะ
ก่อนหน้านี้ การติดตั้งโซลูชั่นความปลอดภัยบน DOCOMO Cloud Platform ลูกค้าจะต้องติดตั้งผลิตภัณฑ์ภายนอกด้วยตนเอง แต่บริการใหม่นี้จะทำให้การติดตั้งระบบความปลอดภัยบน DOCOMO Cloud Platformง่ายดายมากยิ่งขึ้น

บริษัทและบริการด้านโทรคมนาคมหลายแห่งต่างวางแผนเตรียมพร้อมกับกระแส 5G มานานแล้ว ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่ทำให้มั่นใจได้ว่ามีระบบความปลอดภัยเสริมเข้ามาปกป้องเอนด์พอยต์ที่ใช้งานอยู่ได้อย่างอัจฉริยะในระดับเน็ตเวิร์ก ดังนั้น เทรนด์ไมโครจึงเข้ามาช่วยเหลือทาง DOCOMO เพื่อปกป้องข้อมูลของลูกค้าในรูปแบบที่คุ้มค่า ประหยัดค่าใช้จ่าย และง่ายต่อการติดตั้งโดยมีการทดสอบทางเทคนิคในการใช้โซลูชั่น Trend Micro's Virtual Network Function Suite (VNFS) บนระบบ DOCOMO 5G Open Cloud อย่างเข้มข้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

นอกจากได้ทดสอบการทำงานบนสภาพแวดล้อมแบบ 5G แล้ว ยังมีการตรวจสอบขยายครอบคลุมไปยังสภาพแวดล้อมการทำงานแบบ 4G ที่มีลูกค้ากำลังใช้งานอยู่เป็นจำนวนมากในปัจจุบันด้วย ซึ่งผลทดสอบที่ได้นี้ทำให้ทาง DOCOMO ลงความเห็นว่าโซลูชั่นของเทรนด์ไมโครทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับมือกับอันตรายโดยเฉพาะในกลุ่มอุปกรณ์ IoT ได้เป็นอย่างดี จึงตัดสินใจที่จะใช้บริการโซลูชั่นนี้สำหรับเครือข่าย 4G ในฐานะส่วนหนึ่งของ DOCOMO Cloud Platform อย่างเป็นทางการ

"จากความคาดหวัง และศักยภาพของเครือข่าย 5G ที่มีอยู่ทั่วโลกนั้น มาพร้อมกับความกังวลที่ต้องการการปกป้องที่เหนือระดับมากกว่าเดิม การที่มีอุปกรณ์เอนด์พอยต์ที่ทำงานได้อัจฉริยะมากขึ้นนั้นย่อมทำให้เกิดความเสี่ยงทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นด้วยในการจัดการ" อะกิฮิโตะ โอมิกาว่า รองประธานบริหารของเทรนด์ไมโครกล่าว "เรายินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เทคโนโลยีของเราตอบโจทย์ของผู้นำด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่ระดับโลกรายนี้ได้ ซึ่งโซลูชั่นที่เกิดจากความร่วมมือครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์ที่ทำงานประสานกับระบบความปลอดภัยที่พร้อมสำหรับอุปกรณ์ IoT ที่ออกแบบมาสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในยุคปัจจุบันได้"

โซลูชั่นสำหรับระบบโทรคมนาคมของเทรนด์ไมโครอย่าง VNFS นี้ ทำให้ผู้ให้บริการต่าง ๆ ได้ใช้ประโยชน์จากฟังก์ชั่นการทำงานด้านความปลอดภัยที่หลากหลาย ตั้งแต่ระบบป้องกันการบุกรุก, ตัวคัดกรอง URL, และระบบควบคุมแอพพลิเคชั่นเพื่อจำกัดและสกัดกั้นอันตรายทั่วทั้งเครือข่าย โดยไม่กระทบกับประสิทธิภาพของระบบโดยรวม

ในฐานะของโซลูชั่นแบบซอฟต์แวร์นี้ ทำให้สามารถติดตั้งบริการด้านความปลอดภัยได้ภายในไม่กี่นาที เมื่อเทียบกับระบบความปลอดภัยแบบฮาร์ดแวร์ที่ต้องใช้เวลาติดตั้งที่ไซต์งานจริงหลายวัน นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ยังสามารถปรับเปลี่ยน, ตั้งค่า, และขยายความครอบคลุมได้อย่างไดนามิกตามความต้องการของลูกค้าด้วย

เทรนด์ไมโครยังมีระบบฐานข้อมูลอันตรายแบบอัจฉริยะคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ที่วิเคราะห์ตัวอย่างอันตรายใหม่ ๆ ได้ถึง 1.5 พันล้านรายการ และสกัดกั้นอันตรายมากถึง 250 ล้านรายการทุก ๆ 24 ชั่วโมง

 

ที่มา: เทรนด์ไมโคร

บทความที่เกี่ยวข้อง

จะรอดหรือจะร่วง! ทักษะรีสกิลทางออกขององค์กรยุคใหม่จริงเหรอ?

บนโลกที่เทคโนโลยีเข้ามากลืนกินและเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมของการทำงานทั่วโลก ทำให้หลายองค์กร เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและวิถีการทำงานใหม่ ลุกลามถึงกลุ่มธุรกิจเล็กๆ และกลุ่มฟรีแลนซ์ สิ่งหนึ่งที่เราทุกคน

อ่านบทความนี้

แรงต้าน “Libra” จากแบงค์ชาติทั่วโลก / โดย คลินิกการลงทุน

มีรายงานว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์ ได้เจรจาพูดคุยกับทาง Facebook เกี่ยวกับรายละเอียดของ Libra ที่ได้มีเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ โดนคาดว่าจะมีการเปิดให้บริการในปี 2020 ทางองค์การแลกเปลี่ยนเงินตราสิง

อ่านบทความนี้

Biometrics ยุค 2019 ยิ่งง่าย ยิ่งต้องใส่ใจ

          จากที่เราเคยตื่นเต้นไปกับสมาร์ทโฟน iPhone 5s ที่เริ่มใช้ลายนิ้วมือ Fingerprint ปลดล็อกเครื่องเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2013 และทำให้ "Biometrics" หรือการใช้ข้อมูลทางชีวภาพ

อ่านบทความนี้