กระทรวงสาธารณสุข – สปสช. และเครือข่ายคลินิกโรคหืดฯ มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายการรักษาที่ได้มาตรฐาน ไปสู่สถานบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ

16 พ.ค. 2562 / กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
กระทรวงสาธารณสุข – สปสช. และเครือข่ายคลินิกโรคหืดฯ มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายการรักษาที่ได้มาตรฐาน ไปสู่สถานบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ
          กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และเครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย (Easy Asthma and COPD Clinic: EACC) นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย รศ.นพ.วัชรา บุญสวัสดิ์ ประธานเครือข่าย EACC เข้าร่วมประชุมใหญ่ประจำปี ครั้งที่ 15 เครือข่ายคลินิกโรคหืดฯ สานต่อปณิธานที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ในการทำให้ผู้ป่วยโรคหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในประเทศไทยสามารถเข้าถึงบริการการรักษาโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ได้มาตรฐาน ตั้งแต่สถานบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ จนถึงโรงพยาบาลศูนย์ โดยมุ่งเน้นความสำคัญในการรักษาแบบองค์รวมร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น และด้วยสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่ผ่านมา ยิ่งทำให้ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังยิ่งได้รับผลกระทบ 
          ดังนั้นการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการสาธารณสุขระดับประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่า ปี 2563 โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 3 ของประชากรโลกนพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดในงานประชุมใหญ่ประจำปี ครั้งที่ 15 ว่า "แผน 20 ปีกระทรวงสาธารณสุข องค์กรแห่งความเป็นเลิศ 4 ด้าน คือ เป็นเลิศด้านสุขภาพดี (P&P Excellence) เป็นเลิศด้านบริการดี (Service Excellence) เป็นเลิศด้านคนดี (People Excellence) และเป็นเลิศด้านบริหารดี (Governance Excellence) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน ทั้งนี้กระทรวงฯ เล็งเห็นว่า โรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD & Asthma) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCD จากข้อมูลของ WHO หรือ องค์การอนามัยโลก พบว่า ในประเทศไทยโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 6% มากกว่าโรคเบาหวานที่มีอัตราการเสียชีวิต 4% ซึ่งกระทรวงฯ มีแผนการจัดบริการความเป็นเลิศด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Service Excellence NCDs) โดยมุ่งเน้นการดูแลรักษาแบบองค์รวมในรูปแบบเครือข่ายบริการสุขภาพ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงฯ ได้สนับสนุนให้มีการขยายจำนวนเครือข่ายการดำเนินงานของคลินิกโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย ในโรงพยาบาลทั่วประเทศที่ไม่มีแพทย์เฉพาะทางด้านนี้ ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีสถานบริการสาธารณสุขโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังทั้งในระดับโรงพยาบาลศูนย์ฯ, โรงพยาบาลทั่วไป จนถึงโรงพยาบาลชุมชน ทำให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ระบบบริการสุขภาพในประเทศไทยในปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยโรงพยาบาลใหญ่ ไม่มีเจ้าภาพดูแลแบบองค์รวม เปรียบดังสามเหลี่ยมหัวกลับที่ตั้งอยู่บนยอดสามเหลี่ยม ขาดความมั่นคงในระบบ ทำให้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่ได้มารับบริการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการควบคุมโรคทำให้อัตราการกำเริบเฉียบพลันเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแนวทางการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพนี้ ก็มีการแบ่งกันทำงานในหลายภาคส่วน ทั้งในส่วน การส่งเสริม ป้องกัน และรักษาโรค รวมถึงช่วยกันขยายรูปแบบและแนวทางการรักษา การส่งต่อผู้ป่วยที่คุมอาการได้แล้วไปสู่ระบบบริการระดับปฐมภูมิ หรือ PCC (Primary Care Custer) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาที่ใกล้บ้านมากยิ่งขึ้น สะดวกขึ้น คุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้นไปด้วย สมดังคำที่ว่า "Zero OPD walk in ในโรงพยาบาลศูนย์"
          รศ.นพ.วัชรา บุญสวัสดิ์ ประธานเครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย (Easy Asthma and COPD Clinic Network) กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมา มีผู้ป่วยโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังที่สามารถเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐาน ได้เพียง 30% เท่านั้น จึงเป็นความท้าทายของแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์ ที่จะทำอย่างไรให้ผู้ป่วยในสัดส่วนที่เหลืออีก 70% เข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน ง่ายต่อการประเมิน และการรักษา แม้ว่าสถานบริการสาธารณสุขนั้น ๆ จะไม่มีแพทย์เฉพาะทาง แต่ก็ยังสามารถรักษาผู้ป่วยได้โดยแพทย์ทั่วไป เพราะแนวทางการรักษาแบบเครือข่ายคลินิกโรคหืดฯ มีแนวทางที่ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติ และได้มาตรฐานการรักษาที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านสาธารณสุขสำหรับการประชุมใหญ่ประจำปี ครั้งที่ 15 นี้ มีจุดประสงค์ เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ใหม่ ๆ ตามแนวทางการรักษาระดับสากลที่มีการปรับเปลี่ยนไปในแต่ละปี ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งส่งเสริมให้สถานบริการสาธารณสุขหรือสมาชิกเครือข่ายฯ ที่ทำคลินิกได้มาตรฐานอยู่แล้ว ช่วยกันขยายรูปแบบ และแนวทางการรักษาแบบเดียวกันกับที่ดำเนินการอยู่ ไปสู่ระบบบริการปฐมภูมิ เข้าถึงผู้ป่วยส่วนที่ยังเข้าไม่ถึงการรักษา รวมถึงสร้างเครือข่ายในการส่งต่อผู้ป่วยที่สามารถควบคุมอาการกำเริบของโรคได้แล้ว ไปยังสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านผู้ป่วย อาทิ คลินิกหมอครอบครัว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) และร้านขายยาคุณภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยสะดวกต่อการได้รับการรักษามากยิ่งขึ้น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงโรงพยาบาลศูนย์ฯ เอง ก็จะไม่แออัด สามารถรองรับผู้ป่วยโรคอื่น ๆ ได้มากขึ้น ทั้งนี้ จากสถิติ-สาธารณสุข ปี 2558 มีผู้ป่วยโรคหืดนอนรักษาในโรงพยาบาล 115,577 คน และมีผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 249,742 คน โดยประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคหืดประมาณร้อยละ 7 ของประชากร และพบผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอีกจำนวน 1.5 ล้านคน คาดว่าผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ประมาณร้อยละ 5 ป่วยเป็นโรคนี้ ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกประมาณการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2020 หรือ พ.ศ. 2563 โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของประชากรโลก
 
ดาวโหลดแอปพลิเคชัน เพื่อสะสมแต้มแลกของรางวัลแลกเลยไม่ต้องลุ้น
Android
IOS

บทความที่เกี่ยวข้อง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ขอเรียนเชิญสมาชิกทุกท่านให้เกียรติเข้าร่วมชมงาน "เปิดบ้านแหล่งเรียนรู้"

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ขอเรียนเชิญสมาชิกทุกท่านให้เกียรติเข้าร่วมชมงาน “เปิดบ้านแหล่งเรียนรู้” ในวันที่ 24 สิงหาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.30 น.ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งปร

อ่านบทความนี้

ครม.เห็นชอบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ และกระทรวงการคลังเสนอ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับ 3 กลุ่มปร

อ่านบทความนี้

รัฐบาลขอเชิญประชาชนร่วมพิธีสวดมนต์ ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ส.ค.62 ณ พระลานพระราชวังดุสิต

รัฐบาลขอเชิญประชาชน ร่วมสวดมนต์ในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด

อ่านบทความนี้