สกศ. ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ประเดิมขับเคลื่อนมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติระดับภูมิภาค

12 มิ.ย. 2562 / กระทรวงศึกษาธิการ
สกศ. ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ประเดิมขับเคลื่อนมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติระดับภูมิภาค

    วันนี้ (๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๒) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์) เป็นประธานการประชุมวิชาการ "แนวทางการดำเนินการตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ" โดยได้รับเกียรติจากรองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย (นายแพทย์ธีรชัย บุญยะลีพรรณ) เป็นวิทยากรแนะนำการใช้คู่มือมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ณ โรงแรมวีวิช จังหวัดขอนแก่น

    การประชุมระดับภูมิภาคของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนหน่วยงานพัฒนาเด็กปฐมวัยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน ๓๐๐ คน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางดำเนินงานมาตรฐานเดียวกัน

    ดร.วัฒนาพร  ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่าสกศ. เป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (ก.พ.ป.) ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและรายงานต่อ ก.พ.ป. เป็นระยะหรืออย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง อย่างไรก็ดี พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติไว้ชัดเจน

    มาตรา ๖ ให้หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง มีภารกิจร่วมกันดำเนินการเพื่อให้มีการพัฒนาเด็กปฐมวัย และดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐาน และแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามที่ก.พ.ป. กำหนด รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ดูแลเด็กปฐมวัยจัดให้เด็กปฐมวัยซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยดังกล่าว ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายต้องร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัย

    ดังนั้น สกศ. จึงได้เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจและประชาสัมพันธ์มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการจัดบริการ ดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัยทั้ง ๔ หน่วยงานหลัก พม. มท. สธ. และ ศธ. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรมทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และสติปัญญาสมตามมาตรฐานที่เหมาะสมโดยเร็ว

    "การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวันแห่งชาติ พร้อมคู่มือมาตรฐาน ฯ ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีภารกิจในการจัดการศึกษาและการพัฒนาเด็กปฐมวัยในระดับภูมิภาค โดยมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติเป็นมาตรฐานกลางของประเทศใช้กับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกแห่ง และยังเป็นมาตรฐานการประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพ มุ่งเน้นการดูแล พัฒนา และจัดการศึกษาให้เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัยเป็นรายบุคคล ที่มีจุดเน้นตั้งแต่เด็กแรกเกิด - อายุ ๒ ปี โดยในช่วงการเปลี่ยนผ่านปีแรกจำเป็นต้องสร้างการเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมร่วมกันเพื่อก้าวสู่มาตรฐานสากล" ดร.วัฒนาพร กล่าว

    ทั้งนี้ สกศ. จัดการประชุมวิชาการ "แนวทางการดำเนินการตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวันแห่งชาติ" ระดับภูมิภาคอีก ๒ ครั้ง ที่จังหวัดสงขลา และเชียงใหม่ ในช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม ๒๕๖๒

    ด้าน นายแพทย์ธีรชัย บุญยะลีพรรณ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวว่า การพัฒนาดูแลเด็กปฐมวัยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะการพัฒนาช่วงชีวิตที่สำคัญที่สุดคือระหว่าง แรกเกิด - ๒ ปี เป็นโอกาสทองของช่วงการเรียนรู้เด็กเล็ก การพัฒนาเด็กช่วงดังกล่าวจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ได้รับผลตอบแทนสูง สร้างความต่อเนื่องและเชื่อมโยงการพัฒนาประเทศด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่ และกลายเป็นความรับผิดชอบระดับสูงของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย

    "การจัดกระบวนการสอนที่เหมาะสมทั้งทางร่างกาย จิตใจ นิสัย และอารมณ์ที่เหมาะสมกับสภาวะของเด็กเล็กจึงมีความสำคัญมาก การบูรณาการพัฒนาเด็กปฐมวัยของทั้ง ๔ หน่วยงานจึงต้องมองอย่างรอบด้านในการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้มาตรฐานกลางตามที่ระบุไว้ในคู่มือมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ เปรียบเสมือนเข็มทิศที่เป็นแนวทางดำเนินงานในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ และครอบคลุมทุกหน่วยงาน" นายแพทย์ธีรชัย กล่าว

    สำหรับสาระสำคัญของคู่มือมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ฯ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๒ เห็นชอบร่างมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ตามที่ ศธ. เสนอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการดูแลพัฒนาและจัดการศึกษา และการดำเนินงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกสังกัดที่ดูแลเด็กในเวลากลางวัน ช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิด - ๖ ปีบริบูรณ์ หรือก่อนเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

    โดยกำหนดมาตรฐาน ๓ ด้าน ประกอบด้วย ๑) ด้านการบริหารจัดการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ๒) ด้านครู/ผู้ดูแลเด็กให้การดูแลและจัดประสบการณ์ การเรียนรู้และการเล่นเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย และ ๓) ด้านคุณภาพของเด็กปฐมวัย แบ่งเป็นเด็กแรกเกิด - อายุ ๒ ปี และเด็กอายุ ๓ - ๖ ปี หรือช่วงก่อนเข้าศึกษาระดับ ป.๑ ซึ่งถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของเด็กและควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและมีความต่อเนื่องสอดคล้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นไปตามเจตจำนงค์ที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ และสามารถนำไปใช้ประเมินการดำเนินงานของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในทุกสังกัด ประมาณกว่า ๕๓,๓๓๕ แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดบริการและความต่อเนื่องของการพัฒนาเด็กปฐมวัย

ที่มา

รูปภาพเพิ่มเติม

บทความที่เกี่ยวข้อง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ขอเรียนเชิญสมาชิกทุกท่านให้เกียรติเข้าร่วมชมงาน "เปิดบ้านแหล่งเรียนรู้"

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ขอเรียนเชิญสมาชิกทุกท่านให้เกียรติเข้าร่วมชมงาน “เปิดบ้านแหล่งเรียนรู้” ในวันที่ 24 สิงหาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.30 น.ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งปร

อ่านบทความนี้

ครม.เห็นชอบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ และกระทรวงการคลังเสนอ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับ 3 กลุ่มปร

อ่านบทความนี้

รัฐบาลขอเชิญประชาชนร่วมพิธีสวดมนต์ ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ส.ค.62 ณ พระลานพระราชวังดุสิต

รัฐบาลขอเชิญประชาชน ร่วมสวดมนต์ในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด

อ่านบทความนี้