กรุณารอสักครู่...
Close

นายกฯ พร้อมครม.เยี่ยมชมโครงการเน็ตประชารัฐอินเทอร์เน็ตไฮเวย์ของกระทรวงดีอี ที่โคราช โดย ทีโอที ได้ติดตั้งเน็ตความเร็วสูง FTTX ในหมู่บ้านตามโครงการฯ ไปแล้วกว่า 700 หมู่บ้าน

170821-PrimeMinister-1-teaser
วันที่: 21 สิงหาคม 2560

วันที่ 21 สิงหาคม 2560 ที่ หมู่บ้านหนองขี้เหล็ก หมู่ 4 ต.วังหิน อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการเน็ตประชารัฐ โดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่หมู่บ้านหนองขี้เหล็ก หมู่ 4 ต.วังหิน อ.โนนแดง ซึ่งเป็นหมู่บ้านเป้าหมายตามโครงการเน็ตประชารัฐที่กระทรวงดีอีได้ขยายติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง FTTx และบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง “Wi-fi เพื่อประชาชน” ตามโครงการตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0ซึ่งเป็นโมเดลของเศรษฐกิจที่เน้นขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยปัจจุบัน (21 ส.ค. 2560) ทีโอที ได้ดำเนินการติดตั้งขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปแล้วจำนวน 11,933 หมู่บ้าน ซึ่งการขยายติดตั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง FTTx เป้าหมายสำคัญคือการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างเท่าเทียม และสร้างโอกาสที่ทั่วถึงในการเข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน 

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ปัจจุบันมีหมู่บ้านทั่วประเทศ 71,067 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแล้ว 30,635 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 43.1 หมู่บ้านที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ 40,432 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 56.9 และหมู่บ้านชายขอบอีก 3,920 หมู่บ้าน ซึ่งกระทรวงดีอีได้มอบหมายให้ บมจ.ทีโอที ดำเนินการแทนในการขยายติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในหมู่บ้านที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ 24,700 หมู่บ้าน ภายในปี 2560 สำหรับความคืบหน้าในการขยายติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ณ ปัจจุบัน (21 ส.ค. 2560) ทีโอที ได้ติดตั้งขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปแล้ว 11,933 หมู่บ้าน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำหนดติดตั้งมากสุด 13,435 หมู่บ้าน ซึ่งได้ติดตั้งไปแล้ว 6,567 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 48.88 สำหรับจ.นครราชสีมา เป้าหมายติดตั้งเน็ตประชารัฐจำนวน 1,573 หมู่บ้าน ติดตั้งไปแล้วจำนวน 734 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 46.66 

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า การขยายติดตั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง FTTx นอกจากจะลดความเหลื่อมล้ำ สร้างเท่าเทียม สิ่งสำคัญคือการสร้างโอกาสที่ทั่วถึงในการเข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อให้ประชาชนและชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตไฮเวย์สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ทั้งในด้านการศึกษา e-Education ในการค้นหาข้อมูลนอกห้องเรียน เรียนรู้ด้วยตนเองและเท่าเทียมกับเด็กในทุกภูมิภาค รวมถึงการพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนในหมู่บ้านหนองขี้เหล็กได้ริเริ่มที่จะใช้ประโยชน์ในการพัฒนาภาษาต่างประเทศให้กับนักเรียนด้วยการดาวน์โหลดบทเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกสำเนียงฟังจากเจ้าของภาษาโดยตรง ด้าน e-Commerce ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างรายได้ให้ชุมชนกินดีอยู่ดีขึ้นรวมถึงชุมชนยังสามารถค้นหาพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มผลผลิต โดยปัจจุบันโครงการ TOT Young Club ชุมชนน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ได้นำผลิตภัณฑ์ของดีของชุมชน ซึ่งเป็นขยายตลาดผ่านออนไลน์ 

นอกจากนี้ อินเทอร์เน็ตไฮเวย์ได้พัฒนานวัตกรรมระบบ e-Health การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและทั่วถึง เป็นการนำเทคโนโลยี Telemedicine เข้ามาช่วยในการดูแลผู้ป่วยก่อนถึงโรงพยาบาล ซึ่งเป็นระบบที่มีการส่งภาพ, เสียง, สัญญาณชีพ (Transport monitor) และระบบการติดตามรถพยาบาล (GPS) มาใช้โดยที่ข้อมูลที่ส่งจะเป็นเวลาปัจจุบัน (Real time) และเป็นการสื่อสารสองทาง (Two-way communication) ทั้งผู้รับและผู้ส่งข้อมูลสามารถโต้ตอบกันได้ โดยระบบจะสามารถเชื่อมโยงได้มากกว่า 1 จุด (Multipoint system) จึงทำให้การสื่อสารข้อมูลของผู้ป่วยครอบคลุมพื้นที่ห่างไกลได้อย่างประสิทธิภาพ เป็นการดูแลผู้ป่วยวิกฤต และช่วยบรรเทาความรุนแรงของโรคก่อนส่งต่อไปยังสถานพยาบาลในเมืองหรือจังหวัด ซึ่งในพื้นที่ห่างไกลจะขาดแคลนทั้งแพทย์ในการรักษา รวมถึงการคมนาคมขนส่งที่ห่างไกลและทุรกันดาร ซึ่งปัจจุบันหมู่บ้านหนองขี้เหล็กแม้จะมี รพ.สต.ดอนยาวน้อย ซึ่งให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเท่านั้น โดยเมื่อเจ็บป่วยจะเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลในอำเภอหรือในจังหวัด ซึ่งการนำเทคโนโลยี Telemedicine มาใช้จะช่วยทำให้ชาวบ้านและชุมชนในหมู่บ้านหนองขี้เหล็กสามารถที่จะใช้บริการของ รพ.สต.ดอนยาวน้อย ซึ่งนอกจากจะสามารถรับการรักษาโดยตรงจากแพทย์ในอำเภอหรือจังหวัดแล้ว ยังจะเป็นการพัฒนาคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคมอย่างยั่งยืน

แกลลอรี่