กรุณารอสักครู่...
Close
Hightlight Image for Mobile - หมู่บ้านสำโรง สุรินทร์
ต.สุรินทร์ จ.
หมู่บ้านสำโรง
วันอังคาร 25 ก.ย.
ฝนฟ้าคะนอง
33/25°C
พ.
33/25°C
พฤ.
32/25°C
ศ.
32/24°C
ส.
32/24°C
อา.
32/25°C
จ.
33/25°C
เน็ตประชารัฐกับชุมชน
Netpracharat Image - หมู่บ้านสำโรง สุรินทร์
เน็ตประชารัฐ กับชุมชนบ้านสำโรง

หมู่บ้านสำโรง หมู่3 ต.ท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่ได้ ติดตั้งเน็ตเพื่อประชาชน ประชารัฐ คุณเตือน คิดกล้า ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เล่าให้ฟังว่า ยอมรับว่าอินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญมากต่อการทำงาน เช่น เวลามีประชุม มีงานอะไรที่เกี่ยวข้องและพัฒนาคนในชุมชน ผู้ใหญ่และคณะก็จะเข้ามาเช็คงานที่นี่ผ่านไลน์ ผ่านอีเมล ทำให้เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และ ยังสามารถส่งข่าวสารต่าง ๆ ไปทางสมาชิกในหมู่บ้านให้ได้เข้าใจ และให้ได้รับรู้สถาณการณ์หรือเหตุการณ์ต่างๆ อีกด้วย ยังส่งเสริมให้ผู้ใหญ่และคนในชุมชน พัฒนาตัวเอง เพื่อการท่องเที่ยวในอนาคตอีกตัว เพราะผู้ใหญ่และคณะจะปรับให้หมู่บ้านเป็นโฮมสเตย์ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้เข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้าน

เรื่องราวชุมชน
ชุมชนน่าอยู่หมู่บ้านสำโรง ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง

หมู่บ้านสำโรง ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ถือเป็นชุมชนต้นแบบที่มีการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์เห็นผลอย่างชัดเจน เมื่อทีมงานลงไปถึง ก็สังเกตเห็นว่า ทุกพื้นที่ในชุมชน ถูกออกแบบจัดสรรค์ให้มีการทำมาหากินแบบครบวงจร ทั้งมีการเรียนรู้ พัฒนา ต่อยอดชุมชนอยู่เสมอ 

เช่นชาวบ้านพี่งตนเองทำปุ๋ยอินทรีย์ โดยไม่ใช้สารเคมี ทำให้ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค และยังช่วยให้ชาวบ้านประหยัดเงิน และได้กำไรมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญดิน ไม่เสื่อม ปุ๋ยที่ชาวบ้านได้มาจากการเลี้ยงวัว การหมักฟางข้าว 

ผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า ขี้วัว ที่นำมาทำปุ๋ย ไม่ใช่เอาขี้วัวสดๆมาใช้เลยนะคะ แต่จะผ่านการ หมักและฆ่าเชื้อก่อนด้วยวิธีธรรมชาติเช่นตากแดด แล้วค่อยนำไป หมักเป็นปุ๋ยต่อไป เพราะวัวกินพืช กินหญ้า ดังนนั้นปุ๋ยที่นำมาจากขี้วัวจึงมีสารอาหารต่อพืชครบถ้วนเลย 
อีกอย่าง ที่ชาวบ้านเน้นผลิต ทุกบ้านต้องปลูกคือผัก เพื่อเป็นอีกหนึ่งรายได้ ในการเลี้ยงปากท้อง แม้ไม่ได้ทำให้รวย แต่ก็ทำให้ ชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้ แต่ไม่ต้องผลัดถิ่นไปทำงานต่างบ้านต่างเมือง คนที่มีความรู้ก็กลับมาพัฒนาบ้านก่อน ชุมชนบ้านสำโรงแห่งนี้จึงเป็นชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง

เรื่องราวความสุขของชาวบ้านที่นี่ ที่น่าสนใจยังความสุขของยายจ๋าคือ การเลี้ยงตัวไหม

ปัจจุบันการเลี้ยงตัวไหมลดน้อยลงเรื่อยๆ เพราะผู้ประกอบการณ์ส่วนใหญ่หันมาใช้ไหมสังเคราะห์ที่คิดค้นผลิตขึ้นมาแทนธรรมชาติ เพราะการเลี้ยงไหมเป็นอาชีพที่มีขั้นตอนและวิธีการที่ยุ่งยาก และต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ หมู่บ้านท่าสว่าง ตำบลในเมือง อำเภอสุรินทร์ แม้จะเป็นหมู่บ้านที่ทอผ้าไหมขึ้นชื่อ แต่เมื่อทีมงานได้ลงพื้นที่สำรวจกลับพบว่า มีเพียงบ้านคุณยายจ๋า หลังเดียวที่ยังคงสืบทอดการเลี้ยงไหม ปลูกต้นหม่อน คุณยายจ๋าเล่าว่า ตัวไหมเป็นสิ่งเดียวที่ยังทำให้ยายมีความสุข เพราะทุกครั้งที่คุณยายจึงเลี้ยงไหม ยายเห็นการเจริญเติบโตของตัวไหม ยายต้องคอยหาใบหม่อนมาให้ คอยพูดกับตัวไหม คอยดูแลตัวที่เจ็บป่วย มันคือความสุขเล็กๆ และสร้างรายได้ด้วย 
คุณยายทำอาชีพเลี้ยงไหมเป็นระยะ เวลาหลายปีแล้ว คุณยายเล่าขั้นตอนการเลี้ยงไหมว่า ตัวไหมจะมีการเติบโตทั้งหมด 3 วัย คือ วัยตัวหนอนขนาดเล็ก วัยตัวหนอนช่วงลอกคราบ วัยไหมเริ่มสุก ซึ่งวัยนี้คุณยายจะดูแลเป็นพิเศษ โดยหากิ่งไม้ มาให้ตัวไหมแล้วนำผ้าถุง มาคลุมไว้เพื่อให้ตัวไหมเข้าฝักเป็นรังไหม และป้องกันแมลงวันมาตอม ซึ่งการเลี้ยงไหมแต่ละครั้ง จะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน ก็จะสามารถนำไปเป็นเส้นไหมและทอเป็นผ้าได้ เมื่อเป็นรังไหมแล้วคุณยายก็จะนำไปขายได้กิโลละ 800 – 1,000 บาท ซึ่งยายรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์กับทางทีมงาน 


Thumbnail - ความสุขของยายจ๋าคือ การเลี้ยงตัวไหม สุรินทร์

Thumbnail - การเลี้ยงตัวไหม สุรินทร์





Panorama Image - หมู่บ้านสำโรง สุรินทร์
ทำไมต้องมาเที่ยวที่นี่
แสดงแบบรายการ
แสดงแบบแผนที่
Thumbnail - หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง สุรินทร์
สถานที่ห้ามพลาด
หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง
ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีความเป็นอยู่ของคนในชุมชนและช้าง ที่เลี้ยงช้างไว้เป็นเพื่อนบ้าง ใช้งานบ้าง ช้างเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของครอบครัว ในแต่ละวันนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่อชมการแสดงความสามารถของช้าง เช่น ช้างเตะฟุตบอล ช้างเต้นรำ ช้างวาดรูป หรือถ้าอยากเข้าใกล้ช้าง ก็สามารถขี่ช้างชมเมือง ครั้งละ 100 บาท ต่อหนึ่งคน ส่วนการซื้ออาหารให้ช้าง เช่น กล้วย หรืออ้อย หมู่บ้านช้างเปิดบริการทุกวัน อีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความประทับใจ ให้ผู้มาเยือนคือ การชมวิถีชีวิตช้างอาบน้ำริมคลอง แต่ไม่ได้เปิดรอบตลอด หากสนใจสามารถติดต่อทางศูนย์คชศึกษา โทร 044-517461,044-145050

Thumbnail - วัดป่าอาเจียง สุสานช้าง   สุรินทร์
สถานที่ห้ามพลาด
วัดป่าอาเจียง สุสานช้าง
วัดป่าอาเจียง สุสานช้าง อีกหนึ่งสถานที่ที่มีประวัติที่น่าสนใจคือที่นี่ชาวบ้านเรียกว่า สุสานช้าง เพราะเป็นที่เดียวในโลกที่เก็บกระดูกช้างที่ล้มตายจากหลายพื้นที่มาอยู่ในวัดนี้ เมื่อเราสอบถามทางเจ้าอาวาส ท่านเล่าให้ฟังว่า สมัยกก่อนเมื่อช้างตาย เจ้าของจะฝั่งตรงที่ช้างตายเลย ทำให้กระจายทั่วไปตามที่ต่างๆ เลยเป็นที่มาของวัดป่าอาเจียง และเพื่อให้เป็นสถานที่เชิดชูช้างให้ลูกหลานได้เห็นว่าช้างมีความสำคัญต่อประเทศไทย เราควรอนุรักษ์ดูแล และสืบทอดสู่คนรุ่นต่อไป แต่ทั้งนี้ พื้นที่และงบประมาณอาจจะมีจำกัด เพราะ มีช้างหลายเชือกที่รอนำมาฝังที่สุสานแห่งนี้ 

Thumbnail - ศาลหลักเมืองจังหวัดสุรินทร์
สถานที่ห้ามพลาด
ศาลหลักเมืองจังหวัดสุรินทร์
ศาลหลักเมืองจังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่อำเภอในเมือง เป็นสถานที่สำคัญศูนย์รวมใจที่ชาวสุรินทร์นับถือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ลักษณะเป็นรูปทรงสีแดง คล้ายๆปราสาทหิน ผสมผสานระหว่างศิลปะเขมร และไทย ผู้คนเข้ามาไหว้เพื่อขอพร หรือเวลาคนต่างถิ่นมาค้าขายหรือเขยฝรั่งมาเยือน ก็ต้องมากราบไหว้เพื่อเป็นศิริมงคล ศาลหลักเมืองตั้งขึ้นโดยกรมศิลปากร เคยมีเหตุการณ์มหัศจรรย์เกิดขึ้น ทำให้ขุดเจอพระพุทธรูปนาคปรก และวัตถุโบราณมากมาย เพราะถนนที่อยู่ใกล้ศาลชำรุดแยกกัน เมื่อรถวิ่งผ่านบางคันที่วิ่งมาก็ดับไปเฉยๆ ชาวบ้านจึงสังเกตเห็นโพลง ลองล้วงมือเข้าไปปรากฏว่า มีไอร้อน จึงทำเรื่องขุดดูโพลงนั้น  ความศรัทธาจึงเกิดขึ้น กับชาวบ้านที่นี่ 

True{ }
Thumbnail - ผ้ามัดย้อม-เคล็ดไม่ลับสำหรับชาวบ้าน  สุรินทร์
ของดีขึ้นชื่อ
ผ้ามัดย้อม เคล็ดไม่ลับสำหรับชาวบ้าน
ผ้ามัดย้อม เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีแพร่หลายทั่วประเทศ ซึ่งผ้ามัดย้อมที่ หมู่บ้านทอผ้าไหมท่าสว่าง 
ถือว่าได้รับการันตีคุณภาพ เพราะด้วยเคล็ดลับการทอนั้นไม่เหมือนใคร คอนเฟิร์มว่าใส่แล้วสบายตัวและนิ่มมาก ขั้นตอนที่หมักสีและย้อมก็ปลอดภัยเพราะย้อมจากสีธรรมชาติอย่างเช่น สีคราม การย้อมที่หมู่บ้านแห่งนี้หลังย้อมเสร็จจะหมักด้ายด้วยข้าวเหนียวที่นึ่งแล้วแช่กับน้ำข้าว เพื่อทำให้ผ้าที่ถูกย้อมสีไม่ตกและทำให้ใยผ้ามีความนุ่ม หลังจากที่หมักมาแล้วกว่าครึ่งวันก็ต้องสลัดน้ำให้แห้ง เพื่อให้ฝ้ายแต่ละเส้นขึ้นสีที่สวยงาม และโรงทอแห่งนี้ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชม และ สัมผัสวิถีชีวิตได้ตลอดทั้งวันโดยไม่คิดค่าบริการ

Thumbnail - หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง  สุรินทร์
ของดีขึ้นชื่อ
หมู่บ้านไหมยกทองโบราณ
หมู่บ้านไหมยกทองโบราณ บ้านท่าสว่าง ที่นี่ชาวบ้านส่วนใหญ่ จะพูดภาษาไทย และเขมร เป็นภาษาท้องถิ่น ปัจจุบันบ้านท่าสว่างทำอาชีพทอผ้าไหม ซึ่งจะมีลายที่สวยงามเฉพาะท้องถิ่น ผ้าไหมแต่ละผืนทอจากเส้นไหมที่ย้อมจากสีธรรมชาติยกเป็นลวดลายต่างๆ ที่ไม่มีจำหน่ายในท้องตลาด ผ้าไหมบางลายอาจใช้เวลาทอนาน 1 – 3 เดือน ผ้าไหมของชาวบ้านท่าสว่างจึงเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ผ้าไหมยกทองจึงเป็นสินค้า OTOP ที่มีความโดดเด่นเป็นหน้าเป็นตาของชุมชนบ้านท่าสว่าง ราคาต่อหนึ่งผื่น อยู่ที่หลักพันถึง หนึ่งหมื่นบาท ส่วนตลอดสองข้างทางก่อนถึงโรงทอผ้าไหม ก็มีสินค้ามากมายให้เลือกชมเป็นของฝากอีกด้วย และปัจจุบันที่นี่ยังเปิดเป็นแหล่งการเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยววิถีชีวิตอีกด้วย นับว่าเป็นเป็นสถานที่ ที่ทุกคนมาสุรินทร์ต้องห้ามพลาดเลยทีเดียว 

True{ }
Thumbnail - ส้มตำร้านเพชรมณี  สุรินทร์
เมนูต้องลอง
ร้านเพชรมณี ส้มตำไก่ย่าง
เช็คอินที่กิน ย่านเมืองสุรินทร์ ต้องร้านนี้ค่ะร้านเพชรมณี ส้มตำไก่ย่าง ตั้งอยู่ที่ ถนนมูลศาสตร์ ต.ในเมือง อำเภอสุรินทร์ร้านนี้เคยได้แชมป์ส้มตำที่อร่อยที่สุดในภาคอีสานเลย ในปี 2559 
ซึ่งร้าน ร้านเพชรมณี ส้มตำไก่ย่าง เป็นร้านเก่าแก่ของจังหวัดสุรินทร์ใคร ๆ ก็รู้จัก เพราะคุณยายเพชรเป็นคนคิดค้นสูตรซึ่งส้มตำของคุณยายจะใส่ใบผักชียาวรับรองเด็ดมาก และไม่มีใครเหมือน นอกจากเมนูส้มตำยังมี ลาบ ก้อย ต้มแซ่บให้แลือก รับประทานกับข้าวเหนียวอร่อยสุดๆ ราคาก็ไม่ได้แพง หากใครมาแล้วยังหาร้านไม่เจอ แนะนำให้โทรไปที่เบอร์ 0988457958  


กำลังโหลดข้อมูล
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ
- ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี แยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ไปจน ถึงจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 226 ผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ ถึงจังหวัดสุรินทร์ รวมระยะทาง ประมาณ 434 กิโลเมตร
- ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี แยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ไปจนถึงอำเภอสีคิ้ว แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอโชคชัย อำเภอนางรอง อำเภอประโคนชัย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 214 ที่อำเภอปราสาท ขับต่อไปจนถึงจังหวัดสุรินทร์ รวมระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร 
มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-สุรินทร์ ออกจากสถานีขนส่ง สายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง
สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 หรือ www.transport.co.th
ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว
ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ไทยรูท ดอทคอม www.thairoute.com
ไม่พบข้อมูลการเดินทาง